การซื้อขายฟอเร็กซ์และอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินลงทุนได้...

สินค้าโภคภัณฑ์คือวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น พลังงาน สินค้าเกษตร และโลหะ โดยสินค้าโภคภัณฑ์สามารถสร้างโอกาสในการเทรดได้หลายรูปแบบ ทั้งการเทรดโดยตรงแบบสปอต และการเทรดโดยอ้อมผ่าน CFD แบบฟิวเจอร์ส
ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่าสินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา และวิธีเริ่มเทรด CFD ของสินค้าโภคภัณฑ์แบบง่าย ๆ ทีละขั้นตอน
สินค้าโภคภัณฑ์คือสินค้าจริงที่ซื้อขายในตลาดโลก แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
สินค้าโภคภัณฑ์แบบสปอต (Spot Commodities): การเทรดแบบเรียลไทม์ตามราคาปัจจุบัน เมื่อคุณเทรดแบบสปอต คุณกำลังเก็งกำไรจากมูลค่าของสินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุแน่นอน และราคาสะท้อนจากอุปสงค์อุปทานปัจจุบัน
สินค้าโภคภัณฑ์แบบฟิวเจอร์ส (Futures Commodities): ข้อตกลงในการซื้อหรือขายสินค้าโภคภัณฑ์ในราคาและในวันที่กำหนดกันไว้ล่วงหน้า สัญญาประเภทนี้เป็นแบบมาตรฐานและเทรดตามการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต แต่ควรระวังเรื่องมาร์จิ้น การต่ออายุสัญญา และวิธีที่สัญญาฟิวเจอร์สหมดอายุ
การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ผ่าน CFD ไม่ใช่การซื้อเพื่อถือครองสินค้าจริง แต่คุณกำลังเทรดความเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งช่วยให้คุณมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
ด้วย CFD คุณจะสามารถเข้าถึงตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้ทั้งแบบสปอตและฟิวเจอร์ส:
CFD ของสินค้าโภคภัณฑ์จึงเป็นการเปิดโอกาสทั้งสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มเทรดด้วยเงินทุนไม่มาก และนักเทรดที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุน
เมื่อคุณต้องการซื้อ (Buy) ให้ใช้สูตร: (ราคาปิด − ราคาเปิด) × lot × ขนาดสัญญา
เมื่อคุณต้องการขาย (Sell) ให้ใช้สูตร: (ราคาเปิด − ราคาปิด) × lot × ขนาดสัญญา
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักตอบสนองต่อเหตุการณ์ระดับโลกไวกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น ดังนั้นการเข้าใจปัจจัยสำคัญต่อไปนี้ จึงจะช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ความผันผวนของราคาได้ดีขึ้น:
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์แบบสปอตกำหนดจากอุปสงค์และอุปทานแบบเรียลไทม์ ส่วนราคาแบบฟิวเจอร์สจะสะท้อนจากมุมมองของนักเทรดต่ออนาคต เช่น ถ้าอุปสงค์ของน้ำมันมีมากขึ้น แต่มีปริมาณจำกัด ราคามักจะปรับตัวสูงขึ้น ในทางกลับกัน ถ้ามีอุปทานมากเกินไป ราคาก็มีแนวโน้มจะลดลง
ความขัดแย้ง การคว่ำบาตร และข้อจำกัดทางการค้าอาจส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และส่งผลต่อราคาปัจจุบันทันที ขณะที่ความกังวลเรื่องอุปทานระยะยาว ปัญหาการจัดเก็บ หรือการคาดการณ์การผลิตสามารถจะผลักดันราคาฟิวเจอร์ส
สภาพอากาศที่ไม่ดีอาจทำให้ผลผลิตเกษตรลดลงและส่งผลต่อราคาพืชผล เช่น ข้าวสาลีหรือกาแฟ
เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และอุปสงค์ของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโลหะ เช่น ทองคำหรือทองแดง
การที่นักลงทุนมักหันมาเทรดทองคำในช่วงความไม่แน่นอน อาจส่งผลให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้น
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มีพฤติกรรมต่างจากตลาดฟอเร็กซ์หรือตลาดหุ้น โดยมีประเด็นที่ควรคำนึงถึงดังนี้:
สินค้าโภคภัณฑ์ช่วยให้คุณปรับสมดุลความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนได้ เช่น ทองคำมักปรับตัวสูงขึ้นเมื่อหุ้นตก
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจปรับตัวแรงได้จากสภาพอากาศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการสะดุดของอุปทาน
ปัจจัยภายนอกมักคาดเดาได้ยาก ทำให้การคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคาระยะยาวเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น
เหตุการณ์โลก เช่น ความขัดแย้งทางการค้า การคว่ำบาตร หรือภัยธรรมชาติอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์
การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ผ่าน CFD ช่วยให้คุณเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องถือสินค้าจริง เมื่อเข้าใจความแตกต่างระหว่างการเทรดแบบสปอตและฟิวเจอร์ส รู้ว่าอะไรส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง และเริ่มจากสินค้าที่ง่ายและมีสภาพคล่องสูง คุณก็สามารถเริ่มเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
บทเรียนถัดไปจะพาคุณไปเจาะลึกความรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์การเทรดที่หลากหลายมากขึ้น